ข่าวสดวันนี้

ไม่เก็บไว้ทำพ่อ แม้วกร้าวเด็ดขาดหัวโจกใต้

ทุกฝ่ายสนอง”ราชินี”รณรงค์พับนก62ล้านเครื่องบินควันธงชาติโปรยน่านฟ้า3จังหวัด

“แม้ว” สนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เรียกร้องทุกฝ่ายแสดงพลังแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญชวนร่วมพับนก 62 ล้านตัว สัญลักษณ์แห่งสันติ โปรยในพื้นที่ พร้อมทั้งให้เครื่องบินพ่นควันสีธงชาติเหนือน่านฟ้า ลั่นใส่พวกคิดร้าย มักใหญ่ใฝ่สูง คิดแบ่งแยกดินแดน จะใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาด “ไม่เอาไว้ทำพ่อสักคน” ยืนยันกำลังทหารในพื้นที่เพียงพอ แต่จะไม่ให้ปราบม็อบ ใช้ตำรวจจัดการแทน หวั่นเหตุร้ายซ้ำรอย ขณะที่ทั้งวุฒิสภา สภาผู้แทนฯ เรียกร้องให้ฝ่ายบริหาร หารือฝ่ายนิติบัญญัติ ร่วมหาทางแก้ “ชวน” เสนอนายกฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 213 เปิดสภาฯ ให้ส.ส. และส.ว. อภิปราย โดยไม่ต้องลงมติ ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ยังรุนแรง ที่ปัตตานีมียิงชาวบ้านดับอีกศพ วางระเบิดปลอมขู่ ด้านนราฯ ลอบวางเพลิงกลางดึกล่อตร. ที่ยะลา 2 โจรประกบยิงทหารพราน สาหัส

“แม้ว”เรียกร้องแสดงพลังดับไฟใต้

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากรับฟังกระแสพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้ว ทำให้ทุกภาคส่วนต้องมีบทบาท โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด คิดว่าถึงเวลาจำเป็นที่ทุกคนจะต้องเข้าใจเรื่องความรัก และความสามัคคีในชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้จากที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงรับสั่งออกมาคำหนึ่งมีความหมายลึกซื้งมาก ทรงรับสั่งออกมาจากส่วนลึกของพระทัยว่า เสด็จฯ ภาคใต้มา 30 กว่าปี เห็นพี่น้องชาวไทยมุสลิมมาอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทรงรับสั่งว่าไม่ใช่พี่น้องชาวไทยมุสลิม

“ตรงนี้บอกให้รู้เลยว่า คนที่ทำไม่ใช่ไทยมุสลิมพันธุ์แท้ ผมบอกเลยว่าวันนี้ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องแสดงพลัง เพื่อให้พี่น้องใน 3 จังหวัดภาคใต้ รู้ว่าพวกเรารักและห่วงใย ดังนั้นพวกเราจะกดดันเรียกร้องให้เอาสันติคืนมา ส่วนคนที่คิดร้าย คิดมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแบ่งแยกดินแดนนั้น เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่หนักหนาเกินไป” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

กร้าวใส่โจรใต้”ไม่เอาไว้ทำพ่อ”

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศพับนกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ จำนวน 62 ล้านตัว และจะนำขึ้นเครื่องบินไปโปรยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 5 ธ.ค. โดยจะให้เครื่องบินบินระดับต่ำ เพื่อไปโปรยในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน ไม่ใช่โปรยในป่าเขา นอกจากนี้เครื่องบินจะพ่นควันสีธงชาติไทย เพื่อบอกกับพี่น้องในภาคใต้ว่า เราห่วงใยและอยากเห็นสันติภาพ ขอให้ดึงลูกหลานที่หลงผิดออกจากขบวนการ

“ส่วนพวกมักใหญ่ใฝ่สูงที่มีไม่กี่คนนั้น เราจะจัดการ ไม่ต้องห่วง จัดการแน่ ไม่เอาไว้ทำพ่อสักคน ดังนั้นขอให้ช่วยกันบอกว่าจะต้องแสดงพลัง ให้รู้ว่าเรารักแผ่นดินไทย ใครจะแยกแผ่นดินไทยไปจากเราไม่ได้ เราห่วงพี่น้องคนไทย ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เราถือว่าเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น เราอยากเห็นสันติ และอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจ ข้าราชการ และภาคเอกชน ที่เข้าร่วมประชุม ช่วยกันขับเคลื่อนแสดงพลังตามพระราชเสาวนีย์ สำหรับผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด มั่นใจว่าเอาอยู่ ไม่ต้องถึงกับให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงฝึกยิงปืน การรับสั่งเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าพระองค์พร้อมจะปกป้องแผ่นดินไทย แม้จะทรงมีพระชนมายุถึง 72 พรรษา ดังนั้นคนไทยทั้งประเทศต้องร่วมมือกัน ถ้ามีการแยกดินแดนขึ้นจริง ผมจะอยู่ข้างหน้าเอง ไม่กลัวอยู่แล้ว แต่รับรองว่าจะใช้สันติวิธีให้มากที่สุด” นายกฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ยืนยันกำลังทหารในพื้นที่เพียงพอ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการดำเนินการกับคนร้ายนั้น ตรงนี้ไม่มีปัญหา ทุกฝ่ายทำงานเข้าที่เข้าทางแล้ว คิดว่าต่อไปนี้จะดีขึ้น ส่วนบทบาททหารไม่มีอะไร เพราะทหารมีหน้าที่ปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ยืนยันจะดูแลประชาชนเหมือนเดิม ถ้าไม่ดูแลแล้วใครจะเป็นคนดูแล ส่วนเรื่องการคุมฝูงชนที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแทนทหารนั้น เพราะตำรวจมีความชำนาญในการควบคุมฝูงชน จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นจะต้องส่งกำลังทหารเพิ่มลงไปในพื้นที่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การจัดกำลังทหารมีเพียงพอ โดยเฉพาะในจุดที่อ่อนไหว ซึ่งเหตุการณ์ปัจจุบันก็เบาบางลงไปแล้ว ต่อข้อถามถึงกรณีจะนำเอาประชาชนมาฝึกความกล้าและการใช้อาวุธ หมายความว่าอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นการฝึกเพื่อป้องกันตนเองของคนที่เป็นแม่ม่าย หรือกลุ่มชาวไทยพุทธที่เคยถูกกดดันให้ออกนอกพื้นที่ ก็ต้องมีการฝึก

เผยแพร่รับสั่ง”พระราชินี”ทั่วปท.

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.พลางกูร กล้าหาญ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันต์ รมว.กลาโหม เชิญชวนกำลังพลและครอบครัวร่วมกันพับนกอย่างเต็มความสามารถ เพื่อแสดงออกถึงพลังแห่งความรัก สามัคคีให้บังเกิดความสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังขอความร่วมมือส่วนราชการที่มีสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่เพลงชุดขอเป็นคนดีจำนวน 5,000 ชุด ขณะที่กองทัพบกรายงานให้ทราบว่า เพื่อเป็นการน้อมรับกระแสพระราชเสาวนีย์ ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผบ.ทบ. สั่งการให้จัดทำสปอตพระราชเสาวนีย์เผยแพร่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือกองทัพบก และสถานีวิทยุโทรทัศน์ทุกช่องเป็นภาคภาษายาวี รวมทั้งจัดทำโปสเตอร์ผ่านหน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ

ด้านพ.อ.อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกขอความร่วมมือไปยังธนาคารทหารไทย เพื่ออัญเชิญพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทำเป็นตัววิ่งบนหน้าจอเครื่องเอทีเอ็มทั่วประเทศ พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยทหารและครอบครัว พับนกส่งไปให้กำลังใจกับประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ในช่วงเวลาต่อไปนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุจะออกมาก่อเหตุ เพื่อตอบโต้จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ต.ค. และยังคงใช้เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเงื่อนไขในการออกมาโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้ความระมัดระวัง มิให้เกิดเหตุการณ์ที่จะกลายเป็นเงื่อนไขขึ้นมาใหม่อีก

ปธ.วุฒิฯเชิญนายกฯแจงสถานการณ์

ที่รัฐสภา นายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า จะเชิญประธานคณะกรรมาธิการสามัญ วุฒิสภา ทั้ง 22 คณะ มาหารือว่าจะทำอย่างไรภายหลังที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ไม่สบายพระทัยต่อสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในเบื้องต้นคณะกรรมาธิการการปกครอง และคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา จะเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาหารือ ไม่ใช่ปล่อยให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งพิจารณาและแถลงออกไป ความเห็นของคณะกรรมาธิการต้องเสนอต่อวุฒิสภาก่อน หากยังไม่ได้ทำรายงานเสนอถือเป็นความเห็นส่วนตัว

“ผมไม่อยากให้ต่างฝ่ายต่างออกมาแสดงความคิดเห็น ถึงเวลาแล้วที่ต้องสามัคคีกัน อย่าแบ่งเขาแบ่งเรา หรือแบ่งว่าส.ว.แต่ละคนอยู่ภาคไหน ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 23 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนิติบัญญัติ ผมประสานงานไปยังนายกฯ แล้ว เพื่อให้มาชี้แจงต่อวุฒิสภาถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้” ประธานวุฒิสภา กล่าว

ถึงเวลาส.ส.-ส.ว.-รัฐบาลต้องร่วมแก้

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถึงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะต้องหันหน้าเข้าหากัน จับมือกับรัฐบาลอย่างจริงจัง จากปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่บุกปล้นปืนมาจนถึงขณะนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย การหันหน้าเข้าหากันโดยไม่มองว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะถ้ามองว่าปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องการเมือง คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงอยากให้ทุกคนมีสติ และหาต้นเหตุที่แท้จริงว่าปัญหาภาคใต้เกิดจากอะไร ตนอยากเห็นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในสังคม เพื่อแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน สภาในฐานะที่เป็นองค์กรนิติบัญญัติ ประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภาน่าจะหารือกัน และเชิญรัฐบาลมา

รองประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า ในเบื้องแรกอาจเริ่มจากฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ หลังจากนั้นค่อยขยายผลต่อไปยังองค์กรอื่นๆ แล้วค่อยคุยกัน ขณะนี้สภาฯ ยังเหลือสมัยประชุมอีก 1 สัปดาห์ เห็นว่าน่าจะตั้งตัวแทนขึ้นมา โดยเฉพาะตัวแทนของแต่ละฝ่าย และมุ่งเน้นตัวแทนที่เป็นส.ส.จากภาคใต้ และเชิญรัฐบาลเข้ามา คนที่เป็นส.ส.หรือส.ว.ในพื้นที่ จะมีข้อมูลอะไรลึกๆ ที่สามารถนำเสนอรัฐบาล และรัฐบาลต้องเปิดใจกว้าง อย่ามองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่มองว่านี่คือปัญหาของชาติ และร่วมมือแก้ไขกัน เมื่อได้ผลอย่างไร ก็ลองขยายผลต่อไปยังฝ่ายวิชาการและฝ่ายอื่นๆ เพื่อให้เป็นความคิดหลากหลาย และให้เป็นการมีส่วนร่วมของคนทุกฝ่าย เชื่อว่าจะนำไปสู่การแก้ไขที่ดีได้

เสนอแม้วใช้ม.213เปิดสภาฯหารือ

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รองประธานสภาฯ เสนอให้สภาฯ ร่วมมือกับรัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟใต้ว่า ทุกคนไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ อิสลาม ต้องการความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม แล้วจะทำให้ความรู้สึกรุนแรงเจ็บปวดลดลง ส่วนกรณีที่เสนอให้นายกฯ ใช้มาตรา 213 เปิดสภาฯ เพื่ออภิปรายปัญหาชายแดนภาคใต้นั้น คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน เสนอมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับอำนาจของรัฐบาล

นายชวนกล่าวต่อว่า รัฐบาลจะฟังหรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยต้องแยกแยะให้ออกว่าปัญหาเกิดจากอะไร ต้องแยกให้ออกระหว่างการสลายการชุมนุมประท้วง กับการสลายการจับตัวประกัน แต่กรณีนี้รัฐบาลแยกไม่ออก ถ้ารัฐบาลแยกออกการสูญเสียจะน้อยกว่านี้ แต่สิ่งที่เห็นคือ รัฐบาลชุดนี้ใช้หลักการสลายชุมนุมเดียวกับการจับกุมตัวประกัน ซึ่งเป็นอันตรายมาก ดังนั้น หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในอนาคตรัฐบาลควรจะได้คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย และถ้าไม่รู้ปัญหาจริงๆ จะให้พับนก หรือพับอีกา หรืออะไรก็ตาม ก็ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของคนจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย

“ชวน”ชี้รัฐบาลต้องพูดความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนครบวาระของรัฐบาลชุดนี้ ยังพอมีเวลาเหลือให้รัฐบาลทบทวนนโยบายใหม่หรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนว่านโยบายด้านความมั่นคงของไทยตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร วันนี้ถ้าไม่ดื้อปัญหาก็คงไม่เกิด และคงไม่มีการสูญเสียมากถึงขนาดนี้ ในช่วงเวลากว่า 100 ปี 50 ปี เราไม่เคยสูญเสียอย่างนี้ บ้านเมืองไม่เคยสูญเสียเสถียรภาพความเป็นอยู่ของประชาชน และตามบ้านเรือนระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลาม ขณะนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะเกิดทัศนคติเรื่องศาสนาจะเป็นอันตรายมากหากเกิดการยั่วยุ และจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต กลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางศาสนา เมื่อเป็นเช่นนี้ใครเก่งแค่ไหนก็แก้ลำบาก

“อยากเตือนรัฐบาลว่า จะพูดจะจาอะไรก็ขอให้อยู่บนความเป็นจริง และไม่พยายามสร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา รัฐบาลจะต้องกลับไปทบทวน บางครั้งพูดไปถึงฝ่ายค้าน ดังนั้น เวลาที่รัฐบาลจะเรียกร้องความสามัคคีจะต้องตั้งหลักให้ดี อย่าไปกลั่นแกล้ง หรือให้ร้ายคนอื่น รัฐบาลต้องพูดให้เต็มและพูดให้จริง” นายชวนกล่าว

“หยัด”แนะฟังความเห็นส.ส.-ส.ว.

ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลน่าจะใช้ช่วงโอกาสนี้ ถือเป็นธงนำสำคัญในอันที่จะทบทวนยุทธศาสตร์ นโยบาย และมาตรการที่แล้วมา เพราะรัฐบาลคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายส่วนที่ผิดพลาดบกพร่องเป็นอันมาก โดยเฉพาะการประเมินสถานการณ์ ที่ดูจะไม่ถูกต้องกับความเป็นจริงมากนักกับหลายมาตรการที่ก่อให้เกิดปัญหา หากรัฐบาลยอมรับความจริงในข้อนี้ และเริ่มทบทวนปัญหาเหล่านี้ใหม่ แสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างจริงจัง เชื่อว่าทุกฝ่ายทุกส่วนของประเทศพร้อมจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทั้งสิ้น ดังนั้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อแสวงหาความร่วมมือ และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรดำเนินการโดยด่วนที่สุด อาจจะใช้มาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ เปิดให้มีการอภิปรายทั่วไปจากส.ส.และส.ว. โดยไม่มีการลงมติ

“ต้องถือว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลแล้ว น่าจะถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้ส.ส. และส.ว. แสดงความเห็นในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อนำไปสู่ข้อยุติที่ถูกต้องเหมาะสม ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือให้รัฐบาลใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 213 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า ถ้ารัฐบาลมีปัญหาสำคัญกับการบริหารราชการแผ่นดิน เห็นสมควรฟังเสียงจากส.ส.และส.ว. ก็บอกกล่าวมายังประธานรัฐสภาได้ แต่เห็นรัฐบาลยังเฉยอยู่ ซึ่งรัฐบาลจะพร้อมหรือไม่สำหรับวิธีการเช่นนี้ ผมเชื่อว่าถ้าเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา แม้ว่าจะไม่ใช่เวทีรัฐสภาก็ตาม ทุกฝ่ายก็คงยินดีที่จะร่วมมือด้วย” นายบัญญัติ กล่าว

เรียก”หมอพรทิพย์”ให้ข้อมูลตากใบ

เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เข้าร่วมประชุม โดยเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เดินทางลงไปตรวจสอบเหตุการณ์ในพื้นที่มาให้ข้อมูล ทั้งนี้ นายพิเชต สุนทรพิพิธ ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า เชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ชุดของคุณหญิงอัมพร มีสุข มาให้ข้อมูล แต่ยังขอไม่เปิดเผย เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ก็ยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่

นายพิเชต กล่าวต่อว่า ในวันที่ 18 พ.ย. จะเชิญ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการชันสูตรพลิกศพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และถามความเห็นเพิ่มเติม ทั้งนี้เราจะดูทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องคนหาย เน้นการสอบถามจากภาคประชาชนมากกว่าภาคราชการ นอกจากนี้ภายหลังพูดคุยกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ คณะกรรมการอิสระฯ จะดูวีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นของ ส.ว. ภาพคล้ายกับเหตุการณ์ข่าว เชื่อว่าภาพดังกล่าวคงมาจากสื่อมวลชนไทย