ข่าวสดวันนี้

พ่อเหยื่อแค้นฟ้องมือตัดจู๋ หวั่นลูกคิดสั้น วาดฝันเป็นตำรวจ

พ่อโจ๋จู๋ขาดเจอมรสุมชีวิต หวั่นลูกชายคิดสั้นฆ่าตัวตาย เผยวาดฝันอนาคตสอบเข้าตำรวจ เตรียมหารือข้อกฎหมายกับสภาทนาย เอาผิดอาญาร้ายแรง แม่เลี้ยงระบุไม่อยากให้ลูกมีปมด้อย เตรียมรวบรวมเงินหมื่นผ่าตัดต่อหู อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ชี้เข้าข่ายเจตนาฆ่า ด้านพนักงานสอบสวนค้านประกันตัวช่างทาสีตัดจู๋เด็ก แยกสอบ 2 คดี ผกก.ตลาดพลู สั่งคุมเข้มสำนวน

ความคืบหน้าเหตุการณ์หนุ่มใหญ่ช่างทาสีโหดแค้น 2 เด็กฉกบัตรเอทีเอ็มรูดสูญเงิน 5 หมื่น จับมัดขังใช้มีดโกนตัดจู๋ขาดโยนทิ้งน้ำ แต่โชคดีที่เด็กสบช่องหลบหนีแจ้งชาวบ้านช่วยเหลือ ตำรวจรวบตัวได้ทันควัน แจ้ง 2 ข้อหาหนักเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนนั้น

ล่าสุดเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน ร.ต.ต.สุพจน์ มีเย็น พนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู เจ้าของคดีได้เบิกตัวนายมานิต สีมาธรรมทาน อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยก่อนจะก้าวขึ้นรถ นายมานิตได้หันมาพูดกับผู้สื่อข่าวพร้อมยืนยันเสียงแข็งว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้นเป็นการกระทำที่สาสมแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เดินทางไปถึงศาล พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขัง โดยระบุในคำร้องวันที่ 18 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 12.00 น. ผู้ต้องหาได้ใส่กุญแจมือนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี แล้วใช้มีดโกนตัดอวัยะเพศของทั้งสองจนขาด และใบหูซ้ายของนายเอขาดเช่นกัน แล้วนำอวัยวะเพศไปทิ้งที่คลองด่าน เพราะแค้นที่ทั้งสองขโมยบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินจำนวน 50,000 บาท

ต่อมา ตำรวจ สน.ตลาดพลู จับกุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสแก่กายและจิตใจ ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ บัดนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาครบกำหนดแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเพราะต้องสอบปากคำพยานอีก 8 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาและอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม โดยท้ายคำร้องระบุคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน หากให้ประกัน ผู้ต้องหาอาจหลบหนีจึงนำตัวนายมานิตไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ย่านบางบอน

หลังจากนั้น นายปัญญา สีมาธรรมทาน อายุ 65 ปี บิดาของนายมานิต พร้อมด้วยญาติ 7 คน ได้เดินทางไปที่ศาลเพื่อสอบถามถึงการประกันตัวบุตรชาย โดยศาลได้ตั้งวงเงินหลักทรัพย์ไว้ 6 แสนบาท แต่หากเป็นเงินสดก็จะต้องใช้เงิน 3 แสนบาท จากนั้นนายปัญญาและญาติได้เดินทางกลับไป โดยบอกจะไปรวบรวมเงินมาประกันตัวลูกชาย

“ผมไม่เห็นด้วยที่ลูกผมไปทำร้ายเด็กทั้ง 2 คน แต่ด้วยความเป็นพ่อ ก็ต้องดูแลและให้การช่วยเหลืออยู่ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกคนหนึ่งในบรรดาลูก 10 คน โดยนายมานิตเป็นคนที่ 5 ที่ผ่านมาลูกทุกคนไม่มีพฤติกรรมเกเรอะไร แต่ก็รู้สึกเสียใจที่มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้” นายปัญญา กล่าวและว่า ก่อนหน้าที่จะมาศาลได้นำอาหารและน้ำดื่มไปเยี่ยมลูกชายในห้องขัง สน.ตลาดพลู และได้พูดคุยกัน

ด้าน พ.ต.อ.สุชีพ เพ็ญกิตติ ผกก.สน.ตลาดพลู กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยไม่นำตัวกลับมาควบคุมต่อที่ สน. เพราะได้ทำการสอบปากคำและทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาแจ้งความดำเนินคดีกับเด็กทั้งสองในข้อหาลักทรัพย์นั้น พนักงานสอบสวนได้อายัดเด็กทั้งสองไว้แล้ว โดยมีการแยกเป็น 2 คดีคือ คดีที่นายมานิตตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และคดีที่เป็นผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์

“ขั้นตอนในการดำเนินการ พนักงานสอบสวนจะขออนุญาตศาลกับทางเรือนจำ เพื่อขอเข้าไปสอบปากคำนายมานิตภายในเรือนจำ อีกทั้งจะขอตัวส่งไปตรวจสุขภาพจิต เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่โหดร้าย จึงต้องการความชัดเจนในส่วนนี้ ซึ่งผมจะดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ” ผกก.สน.ตลาดพลู กล่าว