ข่าวสดวันนี้

ผู้อุทิศตัว – แคเธอรีน แอน พอร์เตอร์

รูเบ็น จิตรกรชื่อดังที่สุดในเม็กซิโก หลงรักอิซาเบลนางแบบของเขาอย่างหัวปักหัวปำ แต่เธอกลับไปมีสัมพันธ์อันหวานชื่นกับจิตรกรคู่แข่งคนหนึ่งผู้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนามหามีความสลักสำคัญไม่
อิซาเบลเคยเรียกรูเบ็นว่าเจ้า“ชูร์โร”น้อย ซึ่งหมายถึงขนมแป้งทอดชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นชื่อที่ชาวเม็กซิกันนิยมตั้งให้กับหมาตัวเล็กๆ รูเบ็นคิดว่าเป็นชื่อที่ไพเราะมากและเขาจะพูดต่อหน้าแขกผู้มาเยือนห้องภาพว่า “แล้วตอนนี้เธอก็เรียกผมว่า ‘ชูร์โร’ ฮ่า ฮ่า” ยามหัวเราะร่างของเขากระเพื่อมไหวอยู่ในเสื้อกั๊กด้วยเหตุที่เขาเริ่มอ้วนขึ้น
แล้วอิซาเบลผู้มีรูปร่างผอมสูง นิ้วมือยาวแหลม ก็จะดึงทึ้งช่อดอกไม้ที่รูเบ็นมอบให้และโปรยกลีบของมัน หรือไม่ก็ร้องด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ช่าย ช่าย” แล้วแต้มสีลงบนปลายจมูกของเขา เธอยังติดนิสัยชอบดึงผมและหูของเขาอย่างไร้ความปราณีอีกด้วย
ในยามที่คนผู้มีความคลั่งไคล้ดั้นด้นเดินทางมาตามถนนโรยกรวดแคบๆ คอยระวังเลี่ยงหลบหลุมบ่อตามลานหน้าบ้าน และเดินโกรกกรากขึ้นบันไดที่โยกหลวมมาเพื่อดูตัวจริงของบุคคลสำคัญผู้ยิ่งใหญ่แต่แสนจะธรรมดานี้สักแวบหนึ่ง เธอก็จะร้องออกมาว่า “พวกบ้าเห่อมาแล้วจ้า” เธอรู้สึกสนุกกับสายตาประหลาดใจของพวกเขายามจ้องมองความอาจหาญของเธอ
บ่อยครั้งเธอรู้สึกเบื่อหน่าย ที่บางคราวต้องยืนทั้งวัน คอยถักผมเปียแล้วก็แก้ออกในยามที่รูเบ็นวาดรูปเธอ พวกเขาจะลืมกินอาหารกระทั่งเลยเวลาไปแล้ว แต่เธอก็ไม่มีที่ไปจนกว่าคนรักผู้ซึ่งเป็นคู่แข่งของรูเบ็นจะขายภาพได้สักภาพหนึ่งก่อน เพราะใครๆ ต่างพูดกันว่ารูเบ็นจะฆ่าทิ้งทันทีหากมีใครพยายามจะพรากอิซาเบลไปจากเขา อิซาเบลจึงอยู่ต่อไป และรูเบ็นได้วาดรูปอิซาเบลในอิริยาบถต่างๆ เป็นจำนวนสิบแปดรูปสำหรับงานจิตรกรรมฝาผนังของเขา เธอจะทำอาหารให้เขาบ้างเป็นครั้งคราว ทะเลาะกันบ้าง และแลบลิ้นยาวสีแดงใส่บรรดาแขกที่เธอไม่ชอบขี้หน้า รูเบ็นนั้นแสนจะคลั่งไคล้เธอ
รูเบ็นเพิ่งเริ่มวาดรูปอิซาเบลรูปที่สิบเก้าตอนที่คู่แข่งของเขาขายภาพขนาดใหญ่ภาพหนึ่งให้แก่เศรษฐีผู้ซึ่งมัณฑนากรแนะนำว่าต้องมีส่วนที่เป็นสีเขียวและสีส้มอยู่บนผนังคฤหาสน์หลังใหม่ของเขา ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ภาพนี้มีทั้งสีเขียวและสีส้มอย่างมหัศจรรย์ เศรษฐีคนนั้นจ่ายเงินก้อนโตด้วยความสุข เขาชี้แจงว่าหากจะคลุมผนังด้วยพรมประดับผนังเขาจะต้องจ่ายแพงกว่านี้ถึงหกเท่า จิตรกรคู่แข่งก็สุขด้วยเช่นกัน เพียงแต่เขาไม่ได้บอกว่าทำไม วันต่อมาเขากับอิซาเบลก็เดินทางไปคอสตาริกาและนั่นคือจุดจบความสัมพันธ์ของพวกเขาเท่าที่เรารับรู้
รูเบ็นอ่านข้อความอำลาของเธอ
“ชูร์โรเฒ่าผู้น่าสงสาร…น่าเวทนานักที่ชีวิตของคุณช่างน่าเบื่อเสียเหลือเกินและฉันก็ไม่อาจทนอยู่ได้อีกต่อไป ฉันกำลังจากไปกับบุคคลที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันคอยทำอาหารให้กิน แต่จะสร้างสรรค์จิตรกรรมฝาผนังโดยมีรูปฉันห้าสิบรูปแทนที่จะมีแค่ยี่สิบ อีกทั้งจะมีรองเท้าแตะสีแดงและชีวิตที่สนุกสนานถึงอกถึงใจฉันอีกด้วย
“เพื่อนเก่าของคุณ
“อิซาเบล”
พอรูเบ็นได้อ่านข้อความนี้ก็รู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำ หายใจไม่ออก เขาแกว่งแขนอย่างแรงนับครั้งไม่ถ้วน จากนั้นเขาดื่มเทกิลาขวดใหญ่โดยไม่ใช้มะนาวหรือเกลือช่วยลดความแรง แล้วเอนตัวลงนอนบนพื้นหัวจุ่มอยู่ในจานสีที่เพิ่งผสมใหม่ๆ พลางร้องไห้คร่ำครวญ
ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่พูดคุยนอกเสียจากจะพล่ามเรื่องของอิซาเบล ถึงความงดงามปานเทพธิดา อีกทั้งนิสัยขี้เล่นอันน่าเอ็นดูของเธอ… “เธอเคยเตะหน้าแข้งฉันเสียเขียวช้ำเลยทีเดียว” เขาจะพูดขึ้นอย่างรักใคร่ แล้วน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมา เขามักจะกินขนมเค้กหวานกรอบจากย่ามซึ่งอยู่แถวๆขาตั้งภาพ “ดูสิ” เขาจะพูดออกมาขณะถือขนมไว้ก่อนที่จะยัดใส่เต็มปาก “เธอเคยเรียกฉันว่า ‘ชูร์โร’ แบบเนี้ย”
บรรดาเพื่อนของเขาต่างดีใจที่เห็นอิซาเบลจากไป พูดกันว่ารูเบ็นโชคดีที่หลุดพ้นจากนางมารผอมเกร็งตนนี้เสียได้ เพื่อนๆ คอยช่วยให้เขาลืม แต่ก็ไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของรูเบ็นไปได้ “ไม่มีหญิงใดจะเสมอเหมือนหญิงนางนั้น” เขาจะพูดขึ้นพลางส่ายหัวอย่างดื้อรั้น “เมื่อเธอจากไปเธอได้เอาชีวิตของฉันไปด้วย ฉันไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะคิดแก้แค้น” แล้วเขาก็จะพูดต่อ “ขอบอกเลยว่า แม่เทพธิดาน้อยอิซาเบลผู้น่าสงสารนี้เป็นนางฆาตกร ที่ทำร้ายหัวใจของฉัน”
บางครั้งเขาจะเดินร่อนไปทั่วห้องภาพอย่างกระวนกระวาย เตะรองเท้าแตะสักหลาดของเขาไปที่กองภาพวาดระเกะระกะฝุ่นจับเขลอะ หรือไม่ก็จะป่นสีสักสองสามนาที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ “เธอเคยจัดการเรื่องพวกนี้ให้ฉัน เธอช่างแสนดีเหลือเกิน” แต่เขาก็มักจะกลับมาตรงหน้าต่างแล้วกินของหวาน ผลไม้และเค้กอัลมอนด์จากย่าม พอเพื่อนเขาพาออกไปกินอาหารเย็นเขาจะนั่งเงียบและกินอาหารทุกชนิดเต็มจานโตหลายจาน และล้างคอด้วยไวน์หวาน จากนั้นเขาจะเริ่มร่ำไห้และพล่ามเรื่องอิซาเบล
เพื่อนๆ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ชักเริ่มเป็นความโง่เง่ามากขึ้นเรื่อยๆ อิซาเบลจากไปได้เกือบหกเดือนแล้ว อย่าว่าแต่จะเริ่มวาดรูปที่ยี่สิบเลย รูเบ็นไม่ยอมแม้แต่จะแตะต้องรูปที่สิบเก้าของเธอเสียด้วยซ้ำ จิตรกรรมฝาผนังจึงไม่มีความคืบหน้าอันใด
“ฟังนะเพื่อนรัก” รามอนผู้เป็นนักวาดภาพล้อบุคคลและภาพเหมือนของสาวสวยให้นิตยสารหลายฉบับพูดขึ้น “แม้แต่ฉัน ซึ่งไม่ได้เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่อะไร ก็ยังรู้เลยว่าพวกผู้หญิงทำให้การงานของผู้ชายเสียหายได้อย่างไรบ้าง จะบอกให้ว่าตอนที่ทรินิแดดทิ้งฉันไป ฉันไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่เป็นอาทิตย์ ไม่มีอะไรรสชาติถูกปากสักอย่าง บอกความแตกต่างของสีก็ไม่ได้ แยกแยะเสียงก็ไม่ออกอย่างสิ้นเชิง แม่นินญา ซิน แวร์กุเอนซา คนนั้นเกือบทำลายฉันป่นปี้ไปแล้ว แต่นาย อามิโก จงปลุกตัวเองขึ้นแล้ววาดรูปจิตรกรรมฝาผนังอันยอดเยี่ยมของนายต่อเสียให้เสร็จ เพื่อโลก เพื่ออนาคต และจงรำลึกถึงอิซาเบลก็เฉพาะตอนนายขอบคุณพระเจ้าที่เจ้าหล่อนไปเสียได้”
รูเบ็นส่ายหัวพร้อมกับทรุดตัวลงบนโซฟา เคี้ยวอัลมอนด์เคลือบน้ำตาลตุ้ยๆ แล้วคร่ำครวญ
“ความปวดร้าวในใจนี่จะฆ่าฉันตาย ไม่มีหญิงใดจะเสมอเหมือนหญิงนางนั้น”
แล้วจู่ๆ กระดุมคอเสื้อตรงใต้คางของเขาก็กลัดไม่ถึงกัน  เขาปลดเข็มขัดให้หลวมขึ้นอีกสามรู แล้วสาธยาย “ฉันนั่งนิ่ง ฉันเคลื่อนไหวไม่ได้อีกแล้ว เรี่ยวแรงมันหดหายกลายเป็นความระทมใจเสียสิ้น” ชั้นไขมันเริ่มพอกพูนร่างกายหนาขึ้นเรื่อยๆ เขาบวมฉุจนดูแปลกตาไปแม้กับตัวเขาเอง รามอนอวดภาพล้อเลียนชิ้นใหม่ซึ่งเป็นรูปของรูเบ็นแก่บรรดาเพื่อนของเขา แล้วโพล่งออกมา “ฉันใช้วงเวียนวาดยังได้เลย ให้ตายสิ เม็ดกระดุมกำลังเด้งออกมาจากเสื้อกั๊กของเขา อันตรายจริงๆ”
ทว่ารูเบ็นยังคงนั่งนิ่ง กินอาหารอย่างหงุดหงิดอยู่คนเดียว หลังจากไวน์หวานขวดที่สามผ่านไปในตอนกลางคืน เขาก็เริ่มคร่ำครวญถึงอิซาเบล
เพื่อนของเขาปรึกษากัน เห็นว่ารูปการณ์ชักเริ่มหมดหวัง ถึงเวลาเสียทีที่ใครสักคนควรบอกรูเบ็นถึงสาเหตุที่แท้จริงของความปวดร้าวใจของเขา แต่ทุกคนต่างเกี่ยงกันไปมา สุดท้ายสรุปว่าไม่มีคนในกลุ่ม หรือแม้แต่ในเม็กซิโกสักคนที่มีความหยาบคายพอที่จะทำสิ่งนี้ได้ พวกเขาตัดสินใจผลักความรับผิดชอบนี้ให้แก่แพทย์คนหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้วย ในจิตใจของบุคคลเช่นนี้แหละจึงจะรวมเอาความรู้สึกที่บริสุทธิ์เพียงพอและความรู้ทางการแพทย์ขั้นสูงสุดเข้าไว้ด้วยกัน ภารกิจนี้ต้องอาศัยทั้งชั้นเชิงแบบการทูต ความสุขุมรอบคอบ และความละเอียดพิถีพิถัน จึงได้ตกลงกันตามนี้
นายแพทย์พบรูเบ็นนั่งอยู่หน้าขาตั้งภาพ หันหน้าเข้าหารูปที่สิบเก้าของอิซาเบลซึ่งเสร็จเพียงครึ่งเดียว กำลังร้องไห้คร่ำครวญ ในช่วงระหว่างสะอึกสะอื้นเขาตักเนยโทลูกาเหลว เต็มช้อนกินกับมะม่วงใส่เครื่องเทศ เนื้อตัวเขาห้อยย้อยลงมารอบทิศเหนือม้านั่งวาดรูป ดูคล้ายกองแป้งที่นวดแล้วกองหนึ่ง เขาบอกกับนายแพทย์เกี่ยวกับอิซาเบลเป็นอันดับแรก “ฉันรับรองอย่างสัตย์จริงเลยเพื่อนเอ๋ย ไม่มีใครแม้แต่ตัวฉันเองที่จะสามารถวาดเส้นสายของโคนขาและฝ่าเท้าของเธอได้งดงามเหมือนจริง นอกจากนั้นเธอยังจิตใจดีเหมือนนางฟ้าอีกด้วย” ต่อมาเขาพูดถึงความเจ็บระทมในหัวใจที่จะคร่าชีวิตของเขา นายแพทย์ซาบซึ้งอย่างที่สุด เขานั่งปลอบโยนอยู่พักใหญ่โดยไม่กล้าที่จะสั่งยาให้กับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอ่อนไหวเจ็บปวดง่ายเช่นนี้
“ฉันมีเพียงการรักษาแบบพื้นฐานและธรรมดาสามัญเท่านั้น” ด้วยท่าทางอันสุภาพดูเหมือนเขาหยิบคำแนะนำนั้นยื่นให้ “แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถจะสร้างขึ้นได้เพื่อช่วยเยียวยาจิตวิญญาณอันบอบช้ำ” เขาบอกมาทีละอย่าง เป็นลำดับที่ชัดเจนแต่ไม่น่าประทับใจนัก ดังนี้ – ควบคุมอาหาร อากาศบริสุทธิ์ เดินไกล ออกกำลังแบบหนักหน่วงเป็นประจำ บนไม้ขวางจะดีมาก อาบน้ำเย็นจัด และดื่มไวน์ให้น้อยที่สุด
รูเบ็นดูเหมือนจะไม่ได้ยินที่เขาพูด คำพึมพำยืดยาวเจื้อยแจ้วของรูเบ็นหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายตลอดหลายชั่วโมงอันขึงขังจริงจังของนายแพทย์
“ความเจ็บปวดมันสาหัสที่สุดยามค่ำคืน พอฉันนอนลงบนเตียงอันเปล่าเปลี่ยวและจ้องมองท้องฟ้าอันว่างเปล่าผ่านหน้าต่างบานแคบ และคิดอยู่คนเดียวว่า ‘อีกหน่อยฉันคงลงหลุมศพซึ่งแคบกว่าหน้าต่างบานนั้น มืดมิดยิ่งกว่าท้องฟ้านั่น’ และหัวใจของฉันทุรนทุราย อา…อิซาเบลิตา แม่เพชฌฆาตของฉัน”
นายแพทย์เดินจรดปลายเท้าออกไปอย่างเกรงใจ ปล่อยให้เขานั่งกินเนยแข็งและจ้องมองรูปที่สิบเก้าของอิซาเบลด้วยด้วงตาอันเปียกชุ่มอยู่ตรงนั้น
บรรดาเพื่อนๆ เริ่มเบื่อหน่ายสิ้นหวังและทิ้งเขาให้อยู่โดดเดี่ยวมากขึ้น ไม่มีใครพบหน้าเขานานหลายสัปดาห์นอกจากเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ “หมู่ลิงน้อย” ที่รูเบ็นเคยชินกับการไปกินอาหารกับอิซาเบล และในยามนี้เขาไปกินคนเดียว
คืนหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้เอง จู่ๆ รูเบ็นก็ยกมือขึ้นเกาะกุมหัวใจอย่างรุนแรง ผุดลุกจากเก้าอี้และทำจานทามาเลส์ และเกรวีพริกไทยที่กำลังกินอยู่พลิกคว่ำ เจ้าของร้านวิ่งเข้ามาหา รูเบ็นรีบร้อนกระซิบอะไรบางอย่างกับเขา และใช้มือข้างหนึ่งทำท่าทางที่น่าติดตาตรึงใจอยู่เหนือศีรษะ จากนั้นเขาก็…พูดกันอย่างนุ่มนวลที่สุด…สิ้นลม
วันรุ่งขึ้นเพื่อนๆ ของเขารีบเร่งมาหาเจ้าของร้านผู้ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของฉากเศร้าสลดนี้ให้ฟัง ตอนนั้นรามอนกำลังรวบรวมวัตถุดิบสำหรับทำชีวประวัติอันละเอียดลออของจิตรกรผู้เด่นดังที่สุดในประเทศ โดยจะใช้ภาพเหมือนแสดงนิสัยใจคอจำนวนมากที่เขาวาดเองเป็นภาพประกอบ คำอุทิศก็ได้ประพันธ์ไว้แล้วว่า แด่ “ผู้เป็นทั้งเพื่อนและครู อัจฉริยบุคคลแห่งศิลปะของทวีปอเมริกาผู้เก่งกาจหาที่เปรียบมิได้”
“ว่าแต่เขาพูดอะไรกับนายหรือ” รามอนคาดคั้น “ในวาระสุดท้ายอันยิ่งใหญ่นั้นน่ะ มันสำคัญที่สุด คำพูดสุดท้ายของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ จะต้องคมคายมาก บอกมาให้ตรงเผงทุกถ้อยคำเลยนะ เพื่อนยาก มันจะเพิ่มความมลังเมลืองให้แก่ชีวประวัติ ไม่ใช่สิ ให้แก่ประวัติศาสตร์ศิลป์กันเลยเชียวล่ะ ถ้ามันคมคายนะ”
เจ้าของร้านพยักหน้าด้วยทีท่าของคนที่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง
“ฉันรู้ ฉันรู้ เอาล่ะ คุณอาจจะไม่เชื่อก็ได้ถ้าฉันบอกว่าคำพูดสุดท้ายของเขาคือถ้อยคำอันแสนประเสริฐที่ฝากถึงเพื่อนผู้แสนดีและซื่อสัตย์อย่างคุณและถึงคนทั้งโลก ทุกท่านครับ เขาพูดว่า ‘บอกพวกเขาว่าฉันเป็นผู้อุทิศตัวแก่ความรัก ฉันดับสูญไปด้วยเหตุจากการบวงสรวงอันทรงคุณค่า ฉันตายเพราะหัวใจแหลกสลาย’ แล้วเขาก็พูดว่า ‘อิซาเบลิตา แม่เพชฌฆาตของฉัน’ หมดแค่นี้ครับ ทุกท่าน” เจ้าของร้านจบคำอย่างราบเรียบและนอบน้อม เขาก้มศีรษะคารวะ ทุกคนต่างก็ก้มศีรษะคารวะ
“มันช่างเลิศล้ำเสียจริง” รามอนพูด หลังจากสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นระยะเวลาอันสมควรแล้ว “ขอบใจนายมาก เป็นคำจารึกบนหลุมฝังศพที่ยอดเยี่ยม ฉันยินดีเป็นที่สุด”
“เขายังชอบทามาเลส์และเกรวีพริกไทยของฉันมากที่สุดด้วย” เจ้าของร้านเสริมด้วยน้ำเสียงขวยเขิน “นั่นเป็นการทำตามใจตัวเองครั้งสุดท้ายของเขา”
“เรื่องนั้นต้องกล่าวถึงแน่นอน ไม่ต้องห่วง เกลอเอ๋ย” รามอนร้อง น้ำเสียงของเขาแตกพร่าด้วยความรู้สึกท่วมท้น “รวมทั้งชื่อร้านของนายด้วย มันจะต้องเป็นปูชนียสถานของบรรดาศิลปินเลยเชียวเมื่อเรื่องนี้เป็นที่รับรู้ จงเชื่อมั่นในตัวฉันเถิดว่าจะปกปักรักษารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตและนิสัยใจคอของอัจฉริยบุคคลผู้ยิ่งใหญ่นี้เอาไว้เพื่ออนาคต แต่ละบทตอนล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์ ความน่าสนใจอันล้ำค่าและพิเศษเฉพาะในตัวของมันเอง จริงแท้แน่นอนว่าฉันจะต้องกล่าวถึงทามาเลส์นั่น”


นนทกร แปล
วาสิฎฐี บรรณาธิการต้นฉบับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *